โทรศัพท์ 1358
Advanced Search

Category
รู้เรื่องติดตามประเมินผล ชีวิตงานรุ่งไม่พลาดชัวร์
รู้เรื่องติดตามประเมินผล ชีวิตงานรุ่งไม่พลาดชัวร์
การกล่าวถึงการติดตามและประเมินผล คนทั่วไปนิยมกล่าวการติดตามและประเมินผล กล่าวหรือเรียกร่วมกัน แท้จริงแล้ว การติดตาม และการประเมินผลมีความแตกต่างในด้านแนวคิด กระบวนการ กิจกรรมในการดำเนินงานในการติดตามและประเมินผล ทำไม.....หน่วยงานต้องดำเนินการติดตามและประเมินผลบางท่านสงสัย หรือมีคำถามในหน่วยงาน ทำไมต้องติดตามและประเมินผล หรือทำไมต้องติดตาม ประเมิน หรือการจัดทำรายงานโครงการ/กิจกรรม ความก้าวหน้าการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน เพื่อการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการติดตามและประเมินผล การติดตามและประเมินผลเป็นกระบวนการบริหารจัดการหนึ่งของหน่วยงานเพื่อจุดประสงค์การติดตามความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน หรือการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม สำหรับการประเมินผล เพื่อวัดความสำเร็จของโครงการ/กิจกรรม ด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อการนำผลไปปรับปรุง แก้ไข และทราบถึงความสำเร็จของการดำเนินงาน สำหรับนิยาม “การติดตาม” (Monitoring) หมายถึง การเก็บรวมข้อมูลการปฏิบัติติงานตามแผนงาน โครงการ/กิจกรรมที่กำหนด เพื่อใช้ในการตัดสินใจ แก้ไข ปรับปรุง วิธีการปฏิบัติติงานให้ผลงานเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ประเภทการติดตาม มีรูปแบบ 6 รูปแบบ รูปแบบที่ 1 การติดตามในเชิงกระบวนการ เพื่อประเมินปัญหาอุปสรรคระหว่างการดำเนินงานรูปแบบที่ 2 การติดตามเชิงปริมาณ เป็นการติดตามผลผลิตที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา รูปแบบที่ 3 การติดตามเชิงคุณภาพ เพื่อการประเมินว่าการดำเนินงานในแต่ละเรื่องมีระดับคุณภาพมากน้อยเพียงใด รูปแบบที่ 4 การติดตามเชิงเวลา เป็นการติดตามเชิงของแผนเทียบกับผลในแต่ละช่วงเวลารูปแบบที่ 5 การติดตามเชิงงบประมาณ เป็นการติดตาม เฝ้าดูการใช้งบประมาณในแต่ละช่วงเวลาโดยประเมินเปรียบเทียบความเหมาะสมของจำนวนเงินและปริมาณงานที่ได้ดำเนินการรูปแบบที่ 6 การติดตามเชิงวิชาการ หรือในทางเทคนิคของการดำเนินการ ส่วน “การประเมินผล” (Evaluation) หมายถึง การตรวจสอบความก้าวหน้าของแผนงานโครงการ/กิจกรรม และการพิจารณาผลความสำเร็จ หรือผลสัมฤทธิ์ของแผนงานโครงการ/กิจกรรม มากน้อยเพียงใดอยู่ในระดับใด เมื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดขึ้น จะทำให้ทราบว่าการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม บรรลุวัตถุประสงค์ มากน้อยเพียงใด หากจะกล่าวถึงมิติการประเมิน (ศิริชัย กาญจนวลี (2554), มี 2 มิติ ได้แก่ 1. มิติของวิธีการประเมิน ประกอบด้วย 1.1 แนวทางวิธีการประเมินที่ใช้เทคนิคของชิงระบบ (Systematic approach) เป็นวิธีการประเมินที่มีเครื่องมือในการกำหนดหลักเกณฑ์ หรือแนวทางการประเมินที่ชัดเจน กระบวนงานประเมินที่เป็นขั้นตอนหรือเป็นระบบ 1.2 แนวทางวิธีเชิงธรรมชาติ (Nationalistic approach ) เป็นวิธีที่ไม่มีการกำหนดระเบียบวิธีในการให้มาของข้อมูลเพื่อการใช้ในการประเมินอย่างชัดเจน แต่อาศัยของผู้ประเมินเป็นหลัก2. มิติของวัตถุประสงค์ของการประเมิน 2.1 การประเมินที่มีจุดประสงค์เพื่อการตัดสินใจเป็นการประเมินที่มุ่งเน้นข้อมูลสารสนเทศต่างเพื่อการตัดสินใจผู้บริหาร 2.2 การประเมินที่มีจุดประสงค์เพื่อการตัดสินใจคุณค่าเป็นการนำกระบวนการที่เหมาะสมมาใช้เพื่อตัดสินคุณค่าของสิ่งที่ประเมินนั้น ๆ การตัดสินใจคุณค่าจะต้องวางบนพื้นฐานของความเป็นกลางอย่างไม่มีผู้ส่วนได้เสีย จะต้องดำเนินการตัดสินคุณค่าของสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งผลเชิงบวกและผลเชิงลบเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม การติดตามเป็นกระบวนการที่จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนการประเมินผลจะมีการประเมินผลเป็นช่วง ๆ ต้นแต่เริ่มต้น ระหว่างการดำเนินงาน และเมื่อสิ้นสุดการดำเนินงาน โดยหลักการแล้วควรต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการติดตาม ดังนั้นส่วนใหญ่จึงเรียกรวมเป็น การติดตามและประเมินผล ที่มา : ศิริชัย กาจนวาสี (2554) ทฤษฎีการประเมิน, สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
02 มิ.ย. 2020
วางแผนดี...ปัญหาไม่มีให้รำคาญใจ
วางแผนดี...ปัญหาไม่มีให้รำคาญใจ
ในอดีตมีบุคคลจำนวนไม่น้อยที่คิดจะดำเนินการอะไรก็ดำเนินการเลยโดยไม่มีการวางแผน ไม่มีการคิดอย่างเป็นระบบล่วงหน้า ใช้วิธีการคิดแล้วทำทันที เพราะกลัวจะเสียเวลาหรือเพราะไม่รู้ว่าจะวางแผนอย่างไร ความจริงที่พบคือ ถ้าวางแผนไว้ก่อนจะทำให้ไม่เสียเวลาในการนำไปสู่การปฏิบัติ เพราะการวางแผน การกำหนดแนวทางและวิธีปฏิบัติที่ดีไว้ล่วงหน้าแล้ว จะทำให้การดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด นอกจากนี้การคาดการณ์ถึงปัญหาอุปสรรคและเตรียมการป้องกันและแก้ไขไว้ล่วงหน้าแล้ว ก็จะยิ่งได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น หากมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้น จะสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรคนั้น ๆ ต่อไปได้ ดังนั้น การวางแผนจึงเปรียบเสมือนเป็นการคิดล่วงหน้า อีกส่วนก็คือ การกำหนดแนวทางปฏิบัติหรือแผนกระทำการต่าง ๆ ที่จะใช้เป็นทางเลือกเพื่อนำมาปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์เหล่านั้น ในการวางแผนช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลในการดำเนินงาน และใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกทางเลือกที่จะปฏิบัติ งบประมาณ เป็นแผนงานโดยละเอียดในรูปตัวเลขทั้งจำนวนหน่วยและจำนวนเงินตามแผนการดำเนินงานของกิจการสำหรับระยะเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต การจัดทำงบประมาณเป็นการวางแผนอย่างมีหลักเกณฑ์ เพื่อให้หน่วยงานดำเนินงานให้ได้ผลสำเร็จตามเป้าหมาย ในการพิจารณาโครงการฝ่ายจัดการจะต้องคาดคะเนรายได้ที่จะได้รับแต่ละโครงการ และกำหนดงบประมาณต้นทุนที่ต้องใช้จ่าย เพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจลงทุนในโครงการ โดยงบประมาณเป็นแผนงานที่แสดงในรูปตัวเงินของโครงการในระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงทรัพยากรที่ใช้ในการดำเนินงานให้บรรลุผลสำเร็จตามแผนที่ตั้งไว้ งบประมาณช่วยให้ทุกแผนกงาน ทำงานอย่างมีเป้าหมาย หัวหน้าแต่ละคนจะต้องจัดลำดับการใช้จ่ายงบประมาณ และศึกษาวิธีการที่จะจัดการงบประมาณให้รัดกุม และจะต้องมีวิสัยทัศน์ในเป้าหมายโดยรวมทั้งหมดของโครงการ และค้นหาวิธีการที่จะทำให้บรรลุความสำเร็จเหล่านั้น ประโยชน์และความสำคัญของงบประมาณ เป็นเครื่องมือในการบริหารหน่วยงาน ตามแผนงานและกำลังเงินที่มีอยู่ โดยให้มีการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับแผนงานที่วางไว้ เพื่อป้องกันให้การรั่วไหลและการปฏิบัติงานที่ไม่จำเป็นของหน่วยงานลดลง เป็นเครื่องมือในการพัฒนาหน่วยงาน โดยหน่วยงานต้องพยายามใช้จ่ายและจัดสรรงบประมาณให้เกิดประสิทธิผลไปสู่โครงการที่จำเป็น เป็นโครงการลงทุนเพื่อก่อให้เกิดความก้าวหน้าของหน่วยงาน เป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้มีประสิทธิภาพ โดยหน่วยงานต้องพยายามใช้จ่ายและจัดสรรงบประมาณให้เกิดประสิทธิผลไปสู่โครงการที่จำเป็น เป็นโครงการลงทุนเพื่อก่อให้เกิดความก้าวหน้าของหน่วยงาน เป็นเครื่องมือกระจายทรัพยากรและเงินงบประมาณที่เป็นธรรม งบประมาณสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการจัดสรรงบประมาณที่เป็นธรรม ไปสู่จุดที่มีความจำเป็นและทั่วถึงที่จะทำให้หน่วยงานนั้นสามารถดำเนินการไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์งานและผลงานของหน่วยงาน เนื่องจากงบประมาณเป็นที่รวมทั้งหมดของแผนงานและงานที่จะดำเนินการในแต่ละปี พร้อมทั้งผลที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นหน่วยงานสามารถใช้งบประมาณหรือเอกสารงบประมาณที่แสดงถึงงานต่าง ๆ ที่ทำเพื่อเผยแพร่ผลงานและความสำเร็จขององค์กร
25 พ.ค. 2020
ผู้ประกอบการดีเด่นหัวใจแกร่ง Strong Heart Outstanding Entrepreneur
ผู้ประกอบการดีเด่นหัวใจแกร่ง Strong Heart Outstanding Entrepreneur
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับสำนักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ดำเนินการศึกษาติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ภายใต้โครงการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อจัดเก็บรวบรวมข้อมูลการเข้ารับบริการของผู้ประกอบการอย่างเป็นระบบ และตอบสนองต่อกระบวนการประเมินโครงการที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนโครงการอย่างมีประสิทธภาพต่อไป ซึ่งใช้กระบวนการประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI : Social Return on Investment) มาประเมินโครงการ/กิจกรรม มีจำนวนทั้งหมด 7 กิจกรรม โดยผู้ประกอบการดีเด่นหัวใจแกร่ง (Strong Heart Outstanding Entrepreneur) ต่อไปนี้ สามารถต่อยอดความรู้และพัฒนาธุรกิจให้มีรายได้ลงสู่ชุมชนจนเกิดความเข้มแข็งพร้อมรับมือการแข่งขันของตลาดระดับสากลต่อไป
19 พ.ค. 2020
“ศาสตร์พระราชา” กับการขับเคลื่อนนวัตกรรมในองค์กร
“ศาสตร์พระราชา” กับการขับเคลื่อนนวัตกรรมในองค์กร
นวัตกรรม (1) คือ “สิ่งใหม่ที่เกิดจากการใช้ความรู้และความคิดสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม” เราทราบกันดีว่าการนำนวัตกรรมใหม่มาใช้ในองค์กรนั้นสามารถสร้างความก้าวหน้าให้แก่องค์กรได้ แต่คำถามคือ ทำอย่างไรองค์กรของเราจึงจะมีนวัตกรรม ซึ่งแลดูจะเป็นเรื่องยาก และยังพบว่าโครงการนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จมีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น เราทุกคนคงเคยได้ยินศาสตร์พระราชาที่กล่าวว่า “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” (2) ซึ่งเป็นหลักการทรงงานของล้นเกล้าในหลวงรัชกาลที่ 9 กษัตริย์นักพัฒนา โดยพระองค์ทรงใช้หลักดังกล่าวในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ดำเนินจากกระบวนการคิดบนรากฐานของการเข้าใจมนุษย์ การเข้าถึงข้อมูลเพื่อให้การสร้างสรรค์นั้นตอบสนองความต้องการที่แท้จริง เป็นการพัฒนาด้วยความรู้และภูมิปัญญาที่ไม่จำกัดอยู่แค่มิติใดมิติหนึ่ง พร้องทั้งต้องมีการทดลองและปรับปรุงจนได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน และสามารถประยุกต์ใช้ได้ ดังโครงการพระราชดำริหลาย ๆ โครงการ อาจารย์พันธพงศ์ ตั้งธีระสุนันท์ เมื่อครั้งคำรงตำแหน่งผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้อธิบายศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในองค์กร (Driving Innovation in Organization) ได้อย่างน่าสนใจและเข้าใจง่าย ช่วยให้เราเข้าใจว่านวัตกรรมเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีรูปแบบการบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกองค์กร ทั้งภาคเอกชน และราชการ โดยผู้เขียนขอเรียบเรียงสรุปดังนี้ “เข้าใจ” โจทย์ปัญหา เราต้องเข้าใจบริบทของปัญหา ความเจ็บปวด (Pain Point) หรือความต้องการในด้านต่าง ๆ ของ ลูกค้า หรือผู้รับบริการ โดยการศึกษาและวิเคราะห์ ความคิด ความรู้สึก พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ผ่านวิธีการ กิจกรรม หรือเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อที่จะทำความเข้าใจโจทย์ปัญหาที่แท้จริง และตรงใจกลุ่มเป้าหมายที่สุด “เข้าถึง” ทางออกของปัญหา หลังจากเข้าใจโจทย์ทั้งหมดแล้ว จะต้องมีการตั้งทีมงานเพื่อวิเคราะห์ปัญหาเพื่อนำไปสู่ทางออก โดยบูรณาการความรู้ในทุกมิติ ซึ่งจะต้องสร้างกระบวนการคิดการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกของปัญหา และสร้างต้นแบบเพื่อนำไปทดสอบและทดลองใช้จริง ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับปรุงพัฒนาหลายครั้งจนกว่าผู้ทดลองใช้จะร้อง “ว้าว" นำไป “พัฒนา” สิ่งใหม่ เมื่อต้นแบบได้สร้างความประทับใจและความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้แล้ว จะถึงขั้นตอนนำไปพัฒนาสิ่งใหม่ คือ “นวัตกรรม” โดยนำไปขยายผลและเผยแพร่ให้เกิดการใช้จริง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยต้องอยู่พื้นฐานของการคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม จากที่กล่าวมาจะเห็นว่าศาสตร์พระราชา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ทำให้เราเข้าใจรากฐานสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมแล้ว โดยทุกท่านสามารถศึกษากระบวนการคิด วิธีการ เครื่องมือ หรือกลไกต่าง ๆ เพื่อที่จะบรรลุ 3 ขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น เช่น Innovation’s method, Functional innovation system หรือ Driving innovative organization และตัวอย่างนวัตกรรมของประเทศจีน จากคลิปการบรรยายหัวข้อ “การขับเคลื่อนนวัตกรรมในองค์กร” ในระบบ e-learning ของสำนักงาน ก.พ. (3) ซึ่งอาจารย์พันธพงศ์ ตั้งธีระสุนันท์ ได้บรรยายไว้อย่างละเอียดและมีเอกสารประกอบทำให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น แล้วพบกันใหม่กับการแนะนำแหล่งความรู้จากระบบ e-Learning ซึ่งจะเป็นวิถี New normal หลังวิกฤติโควิด-19 ของพวกเราทุกคนนะคะ (1) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) https://www.nia.or.th/5ID(2) ส่วนสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ http://www.dgr.go.th/skr/th/newsAll/257/2295(3) สำนักงาน ก.พ https://www.ocsc.go.th/LearningPortal
19 พ.ค. 2020
กง. ลุยชี้แจงการทำแผนปฏิบัติราชการ
กง. ลุยชี้แจงการทำแผนปฏิบัติราชการ
เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2563 กง.กสอ. นำทีมโดยนางอรพิน อุดมธนะธีระ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ พร้อมด้วยทีมงานกองยุทธศาสตร์และแผนงาน เข้าชี้แจงการจัดทำแผนการขับเคลื่อน SME สู่ 4.0 (แผนปฏิบัติราชการระดับหน่วยงาน) ให้กับกองพัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม เพื่อสร้างความเข้าใจ ในการจัดทำแผนและการกำหนดทิศทางการดำเนินงานของหน่วยงาน ในการส่งเสริม พัฒนาผู้ประกอบการให้มีประสิทธิภาพ และมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน และนำไปสู่การปฏิบัติ
19 มี.ค. 2020