999 บาท ก็เล่นหุ้นได้

วันที่เผยแพร่ : 17/09/2020 | เผยแพร่โดย : looktans

ว่าด้วยเรื่อง หุ้น หุ้น สำหรับคนที่เริ่มสนใจการลงทุนในหุ้นแต่ไม่อยากลงทุนเยอะ ลองเริ่มต้นจากเงินไม่ถึงหนึ่งพันบาท กันปัจจุบันด้วยจำนวนโบรกเกอร์ที่มากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันของโบรกเกอร์สูง ทำให้บางโบรกเกอร์ใช้ Statement เป็นเพียงหลักฐานประกอบเท่านั้น และไม่ได้กำหนดจำนวนเงินขั้นต่ำ หรือบางโบรกเกอร์ ใช้แค่หลักฐานหน้าสมุดบัญชีธนาคาร (Bookbank) ก็เพียงพอแล้วที่จะสามารถ ทำให้การเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใช้เงินและสะดวกมากขึ้นกว่าสมัยก่อน โดยการเริ่มต้นมีขั้นตอนและหลักการ ดังนี้

 


ขั้นตอนการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น

1. สมัครเปิดบัญชีออนไลน์ในเว็บของโบรกเกอร์ที่สนใ0

2. ส่งหลักฐานการเงินต่าง ๆ ให้ทางโบรกเกอร์ตรวจสอบ

3. เมื่อตรวจสอบสำเร็จจะได้รหัสผ่านสำหรับเข้าไปซื้อขายหุ้นในเว็บหรือแอปพลิเคชันของทางโบรกเกอร์

 

เมื่อได้บัญชีซื้อขายหุ้นแล้ว

หลังจากที่ทางโบรกเกอร์ตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆ สำเร็จแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนสำคัญนั่นคือ “การซื้อหุ้นตัวแรก” นั่นเอง มีคำแนะนำสำหรับหุ้นตัวแรกที่ควรจะซื้อเข้าพอร์ต ดังนี้

 

1. ควรซื้อหุ้นที่มีราคาต่ำกว่า 10 บาท

เนื่องจากการซื้อขายหุ้น ทางตลาดหลักทรัพย์จะบังคับให้ซื้อทีละ 100 หุ้น ดังนั้นถ้าเราซื้อหุ้น ABC (ชื่อสมมติ) ราคา 5 บาท เราต้องซื้อจำนวน 100 หุ้น เราก็จะเสียเงินทั้งหมด 500 บาท ซึ่งการซื้อหุ้นครั้งแรกมักจะขาดทุนอยู่แล้วเพราะเราไม่มีความรู้ แต่เราจะเข้าใจการทำงานของตลาดหุ้นมากขึ้น

 

2. การหาหุ้นตัวแรก

ในการหาหุ้นตัวแรกที่จะซื้อนั้น อยากให้ลองหาจากรายชื่อใน SET50 (หุ้น 50 ตัวแรกที่มีมูลค่าเยอะที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทย) เพื่อนั่งดูว่าธุรกิจหรือกิจการของหุ้นตัวนั้นทำอะไร เราเคยใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเขาแล้วเราอยากจะเป็นเจ้าของหรือไม่ กิจการมีแนวโน้มจะเติบโตในอนาคตได้หรือไม่ รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่

 

3. ควรซื้อหุ้นที่เรารู้จัก

นอกจากเรื่องราคาแล้วเราก็ควรซื้อหุ้นที่เรารู้จัก แม้จะดูงบการเงินของหุ้นตัวนั้นไม่เป็นเลยก็ตาม หุ้น คือ กิจการธุรกิจอย่างหนึ่งไม่ใช่ตัวเลขวิ่งไปวิ่งมาเฉย ๆ ให้เราคิดว่าเรากำลังจะซื้อกิจการนั้น ๆ เราอยากซื้อกิจการที่ได้กำไรทุกปีหรืออยากได้กิจการที่ขาดทุนทุกปี (ในตลาดหุ้นมีแบบนี้เยอะ) วิธีที่ง่ายที่สุดคือไปหาว่าเราสนใจธุรกิจใด แล้วธุรกิจนั้นมีในตลาดหุ้นหรือไม่ นอกจากนั้นก็ดูว่าลูกค้าเยอะหรือไม่ ไปลองใช้บริการดูว่าพนักงานบริการดีไหม คิดเหมือนว่าเราจะซื้อกิจการนั้นเลย

 

4. หุ้นในพอร์ต

สำหรับมือใหม่แนะนำว่าควรถือหุ้นแค่ประมาณ 3 – 5 ตัวในพอร์ต เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามข่าวสาร ถ้ามีเยอะเกินไปจะดูแลไม่ทั่วถึง และถ้ามีหุ้นน้อยเกินไปก็จะเหมือนใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงสูงเกินไปจึงควรกระจายการลงทุนออกมา เราก็จะได้เห็นว่าราคามันขึ้น ๆ ลง ๆ ทุกวัน ซึ่งเราอาจจะตื่นเต้นทุกครั้งที่หุ้นในพอร์ตกำไร หรือปวดใจทุกรอบที่เห็นราคาที่เคยซื้อต่ำลง แต่นี่แหละคือธรรมชาติของหุ้น ในระยะสั้นราคาอาจจะมีขึ้นมีลง ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่ในระยะยาวถ้าคุณซื้อบริษัทที่ดี ราคาของหุ้นจะเพิ่มขึ้นเองตามผลประกอบการ การที่หุ้นตัวแรกของเราจะกำไรหรือขาดทุนไม่ได้บ่งบอกว่าเราเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว แต่หุ้นตัวแรกนี้คือ “ค่าเล่าเรียน” เพื่อดูว่าเราจะอยู่กับตลาดหุ้นได้หรือไม่ แต่หุ้นตัวต่อไปต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ในการเลือกมากขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร ไม่ควรมาเลือกมั่ว ๆ แบบหุ้นตัวแรก ๆ

 

สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อในวันนี้ก็เพียงต้องการจะบอกว่าแค่มีแบงค์พันใบเดียวก็เล่นหุ้นได้แล้ว ซึ่งผมไม่ได้พูดขึ้นลอยแต่เกิดจากการศึกษาและหาความรู้ ใช่แล้วครับ! หนึ่งในแหล่งความรู้ของผมก็คือ SET นั่นเอง ถ้าคุณอยากศึกษาหาอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้นก็กดลิ้งก์ด้านล่างเลยครับ ขอให้โชคดีในการเล่นหุ้นนะครับ

 

 

ที่มา https://stockradars.news , https://www.set.or.th 

ดาวน์โหลด

คลังความรู้

เว็บไซต์ภายใต้กรม ฯ